ความพิเศษของโขนกลางแปลงที่นี่ ไม่เพียงเป็นโขนหาดูยาก อีกสิ่งที่หาดูไม่ง่ายคือ คุณอิสระ ขาวละเอียด Brewmaster มือปรุงเบียร์ของสิงห์ ผู้เป็นรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ อาวุโส บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ลงมาแสดงโขนด้วยตัวเอง

อากาศเชียงรายช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถือว่าเย็นสำหรับคนต่างถิ่น แต่การรับรู้ตอนนั้นกลับไม่ได้จดจ่ออยู่ที่ ความรู้สึกหนาวเย็นมากนัก เพราะสายตากำลังถูกตรึงจากการแสดงที่อยู่ตรงหน้า การกวาดไกวมือ ตวัดอาวุธ กรีดจีบนิ้ว และย่ำเท้า ของกองทัพพระลักษมณ์และกองทัพอินทรชิตในคราบขบวนพระอินทร์ ใต้แสงพระอาทิตย์ส้มอมชมพูที่กำลังจะลับตา พร้อมด้วยทิวเขาที่ลายล้อมดังฉากหลัง สัมผัสได้ถึงความงดงามที่สะกดความรู้สึกไว้กว่าชั่วโมงโดยที่ลืมไปแล้วว่าลมเย็นกำลังพัดมาเอื่อยๆ

สิงห์ปาร์ค เชียงราย เป็นอีกแห่งในประเทศไทยที่ยังมีโขนกลางแปลง การแสดงโขนกลางแจ้งบนพื้นดินกลางสนามหญ้า ซึ่งสันนิษฐานว่า “มีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา” ตามที่เจ้าของบทบาทอินทรชิตในโขนกลางแปลงชุดรามเกียรติ์ ตอนศึกพรหมาสตร์ คุณอิสระ ขาวละเอียด บอกไว้

และความพิเศษนี้เองจึงเป็นที่มาของเรื่องราวที่น่าสนใจจาก Brewmaster มือปรุงเบียร์ของสิงห์ ผู้มีความหลงใหลในการแสดงโขน ซึ่งเป็นนาฏกรรมชั้นสูงของไทย ที่อยากถ่ายทอดศิลปวัฒนธรรมไทยไปยังชนรุ่นหลัง

นักศึกษาวิทยาศาสตร์นักเรียนโขน

ทำไม Brewmaster จึงมาเล่นโขนได้…

คำตอบของคำถามข้อนี้คุณอิสระใช้เวลานึกไม่นาน

หัวใจสำคัญคือ ความสนใจ ก่อนจะเป็นนักปรุงเบียร์ ในรั้วมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ นักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์ ภาควิชาชีววิทยา ชื่ออิสระเคยเป็นถึงหัวหน้าชมรมดนตรีไทย

คุณอิสระชอบและสนใจการเล่นดนตรีไทยมาแต่ไหนแต่ไร ในเมื่อการเล่นโขนละครก็ต้องใช้ดนตรีไทย หากจะเล่นดนตรีประกอบการแสดงให้ดี คุณอิสระในตอนนั้นคิดว่าต้องเข้าใจบทบาทการแสดง เนื้อหา ของตัวละคร จึงลองเล่นดูว่าโขนนั้นเป็นยังไง นี่คือแรงจูงใจของผู้ที่อยู่กับแวดวงนี้มานานและคิดว่าไม่น่าเกินความสามารถ

พอได้ลองและรู้ว่าตัวเองสนใจคุณอิสระก็เริ่มปฏิบัติการณ์ตามหาผู้รู้ วิทยาลัยนาฏศิลปเชียงใหม่เป็นวิทยาลัยนาฏศิลปแห่งแรกในต่างจังหวัด คุณอิสระจึงรู้ว่าจะหาความรู้ได้จากที่ไหน เพราะมีครูบาอาจารย์ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญทั้งทางวิชาการและทางปฏิบัติ

คุณอิสระได้ฝากตัวเป็นศิษย์กับครูผู้ใหญ่มากมาย ไม่ว่าจะ ครูอาคม สายาคม ผู้เชี่ยวชาญนาฏศิลป์ที่คนเรียนวิชาการด้านนี้ล้วนรู้จัก ครูลมุล ยมะคุปต์ ครูนาฏศิลป์คนแรกผู้วางหลักสูตรการเรียนการสอนนาฏศิลป์ไทยของวิทยาลัยนาฏศิลป ที่ขณะนั้นมาช่วยปฏิบัติงานที่เชียงใหม่ ซึ่งคณาจารย์เหล่านี้ก็เมตตาสอนวิชาโขนให้ รวมทั้งลูกศิษย์ของท่าน อาจารย์พรพรรณ วัฑฒนายน ก็เป็นครูอีกคนของคุณอิสระที่ดูแล ช่วยจับ ช่วยดู ช่วยแนะนำ

ดั่งคำโบราณที่ว่าครูพักลักจำ คุณอิสระยังอาศัยการลักจำ และฝึกหัดโขนมาเรื่อยๆ ด้วยศาสตร์การแอบมอง แอบดู แอบรู้ แอบจำ และถาม

นักปรุงเบียร์นักแสดงโขน

หลังหัวหน้าชมรมดนตรีไทยเรียนจบจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ก็ผันตัวมาเป็น Brewmaster ของบุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด

นอกจากเป็น Brewmaster คุณอิสระยังเป็นนักแสดงโขนในเทศกาลบอลลูนนานาชาติที่สิงห์ปาร์ค เชียงราย มาทุกปี และรับบทอินทรชิตมาแล้ว 2 ครั้ง

ระหว่างปรุงเบียร์กับเล่นโขน สิ่งไหนยากกว่ากัน-นี่คือสิ่งที่น่าสงสัย

“เป็นคำถามที่ดีและตอบง่าย” คุณอิสระว่า

เฉลยก็คือ คติประจำใจของนักปรุงเบียร์แห่งบุญรอดบริวเวอรี่มีอยู่ว่า การที่จะทำอะไรก็แล้วแต่ ทุกอย่าง ทุกคน ถ้าอยากทำ ถ้าตั้งใจ ก็ต้องลอง พอลองแล้วหากน่าจะไปได้ ก็ต้องฝึกฝน เพราะไม่มีอะไรยากหากตั้งใจจริง ความต้องการจะทำ เมื่อลองทำแล้วดูเหมือนง่าย แต่ง่ายแล้วทำได้ดีรึเปล่าเป็นอีกเรื่องหนึ่ง สิ่งที่ยากคือต้องหมั่นฝึกฝน หมั่นซ้อม หมั่นปฏิบัติ หมั่นทบทวน เหมือนเรียนหนังสือก็ต้องทำการบ้าน ฝึกฝน ต้องอ่านหนังสือหาความรู้เพิ่มเติม ไม่ต่างกัน ถ้าจะเรียนดนตรีหรือนาฏศิลป์ เรียนครั้งเดียวไม่ได้ ต้องทำ ทำ ทำ ทุกวัน

สิ่งที่คุณอิสระชอบอย่างการปรุงเบียร์และการแสดงโขนดูจะไม่ใกล้กันเท่าไหร่ แต่สิ่งหนึ่งที่ทั้งสองอย่างนี้มีร่วมกันคือ ศิลปะ คุณอิสระเล่าให้ฟังว่า การปรุงเบียร์ การชิมเบียร์ ก็เป็นศิลปะเหมือนอย่างโขน เพราะไม่ใช่ทุกคนจะทำได้หมด เหมือนการทำกับข้าว ไม่ใช่ทุกคนจะทำกับข้าวได้ แต่ทุกคนกิน คนทำกับข้าวก็ยังทำออกมาไม่เหมือนกัน อาหารอย่างเดียวกันรสชาติก็ยังออกมาไม่เหมือนกัน มันเป็นศิลปะ ประกอบกับเทคนิคหรือความพิเศษเฉพาะตัวของแต่ละคน

“การทำธุรกิจทุกอย่าง ไม่ว่าจะทำอะไรขึ้นมา สิ่งแรกที่อยากทำ ทุกคนคงมีเป้าหมายอย่างเดียวกัน ทำของมาแล้วต้องมีคนซื้อของเรา ต้องมีคนกินของเรา กินแล้วก็ต้องชอบด้วย เขาถึงจะมาซื้ออีก กินอีก ถ้ากินแล้วร้องยี้ก็จบ แต่ถ้าทำให้เขาชอบ อยากกินอีก อยากซื้ออีก เราก็ต้องทำอะไรให้เขาติดใจ คำว่าติดใจหมายถึงอร่อย รสชาติดี รวมทั้งกลิ่นดี กินแล้วไม่แฮง ไม่เมา ไม่ขมติดคอ ต้องไปให้ถึงจุดนั้นให้ได้ พร้อมกับสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ คุณภาพทุกอย่างต้องมาพร้อม ไม่ใช่ว่ารสชาติดี กลิ่นหอม แต่ตั้งไม่กี่วันสีเปลี่ยน เริ่มตกตะกอน มีปัญหาการติดเชื้อ เราก็ต้องพยายามไปให้ถึงจุดนั้นที่ลูกค้าชอบ” นี่คือจุดหมายสูงสุดในการปรุงเบียร์ของ Brewmaster แห่งบุญรอดฯ

นักแสดงโขนนักอนุรักษ์

แล้วจุดมุ่งหมายของการเป็นนักแสดงโขนกลางแปลงที่สิงห์ปาร์ค เชียงราย คืออะไร…

คุณอิสระให้คำตอบว่า ที่มาทำเรื่องโขนและเป็นผู้แสดงเองเพราะต้องการจะอนุรักษ์ ส่งเสริม สนับสนุน สิ่งที่เป็นศิลปะที่เลอเลิศของบ้านเกิดเมืองนอนให้ยังอยู่ได้จนถึงรุ่นลูกหลานเหลน และให้คงอยู่อย่างถูกต้องตามขนบประเพณีอย่างที่ปู่ย่าตายายได้สร้างไว้ และอยากให้เด็กรุ่นหลังเห็นแล้วสนใจจนใคร่รู้

อดีตนักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์และปัจจุบันนักปรุงเบียร์เล่าว่า ไม่ได้เรียนมาทางด้านนี้โดยตรงเหมือนเพื่อนฝูง แต่เรียนมาแบบสมัครเล่น เป้าหมายของคุณอิสระจึงไม่ใช่อยากจะเป็นตัวเด่น เป็นดารา ที่เล่นเพราะชอบที่จะอนุรักษ์ ส่งเสริม ให้โขนอยู่ต่อไป

เราไม่เคยสงสัยรสชาติของเบียร์ที่นักปรุงเบียร์ผู้คร่ำหวอดในวงการท่านนี้ปรุง แต่กำลังสงสัยว่าโขนที่นักแสดงโขนผู้นี้เล่นรสชาติต้องเป็นอย่างไร

“ถามว่าโขนให้รสชาติเป็นยังไง ก็คือให้สุนทรียรส” คุณอิสระยิ้ม

ไม่รู้ว่ารสที่คุณอิสระบอกให้ความรู้สึกยังไง อาจไม่ใช่รสชาติแบบเปรี้ยวเข็ดฟัน เผ็ดลิ้นห้อย เค็มจนร้องหาน้ำ หวานแสบคอ หรือขมจนตาปิด แต่คงเป็นรสชาติที่ทำให้รู้สึกว่า 1 ชั่วโมงของโขนชุดรามเกียรติ์ ตอนศึกพรหมาสตร์ ในคืนนั้นที่สิงห์ปาร์ค เชียงราย ดูจะสั้นเกินไป